กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์

วิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์การพัฒนาสินค้า

วิสัยทัศน์ (Vision)

“หัวใจของความสุขอยู่ที่ความอร่อย ผู้นำนวัตกรรมอาหารสู่ผู้บริโภคทั่วโลก”

พันธกิจ (Mission)

  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมไร้พรมแดน
  • ก้าวสู่มาตรฐานการผลิตระดับโลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • สร้างความสุขและความผูกพันต่อองค์กร
  • ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • เป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือด้วยหลักธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ

เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหาร พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายและมีคุณภาพ เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์แรก ๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึงและจดจำในฐานะ “The Happy Taste Creator”

กลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กร 3Es

1) Engagement
การสานสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าอย่างเต็มศักยภาพและต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการร่วมกัน ร่วมการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน มุ่งเน้นการสร้างแผนการดำเนินธุรกิจร่วมกันในระยะยาว อาทิ สินค้าแซนวิชอบร้อน พัฒนาร่วมกับลูกค้ารายสำคัญ เพื่อผู้บริโภคกว่า 1.2 ล้าน ความอร่อยต่อวัน

2) Expansion
การส่งมอบคุณค่าในอุตสาหกรรมอาหารไทย สู่การเป็นผู้ผลิตอาหารที่ยั่งยืนให้กับโลก เปิดโอกาสในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศผ่านทางช่องทางขายต่างๆ โดยส่งออกสินค้าแปรรูปที่หลากหลายอาทิ ขนมหวานไทย ในรูปแบบ retort, ข้าวแท่ง retort พร้อมรับประทาน, ขนมขบเคี้ยว, ทองม้วนหลากรส,รวมทั้งเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและกะทิ เป็นต้น

3) Exponential Growth
การเติบโตบนรากฐานองค์กรแห่งนวัตกรรม โดยการส่งเสริมการพัฒนาและวิจัยสินค้าด้วยวิทยศาสตร์อาหารและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ตลอดจนการส่งมอบสินค้าและบริการเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้ากลุ่ม Food Solutions และ สินค้ากลุ่ม Food Services ที่พร้อมรับโจทย์จากลูกค้า สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมความสามารถการแข่งขันในตลาดให้แก่ลูกค้า และคู่ค้าเพื่อผลลัพธ์ใหม่ ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมอาหารของไทย

ความหมายต่อ “สินค้าใส่ใจสุขภาพ” ของ NSL

  • ควบคุมสารอาหารที่ควรจำกัด เช่น น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับประเภทผลิตภัณฑ์และปริมาณบริโภค
  • ส่งเสริมคุณค่าทางโภชนาการ โดยพิจารณาโปรตีน ใยอาหาร ธัญพืช ผัก หรือวัตถุดิบที่มีคุณประโยชน์ตามความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์
  • ออกแบบปริมาณและพลังงานอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการบริโภคอย่างสมดุล ควบคู่กับรสชาติ ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของผู้บริโภค
  • ปลอดภัยและสื่อสารอย่างรับผิดชอบ โดยมีข้อมูลโภชนาการและคำกล่าวอ้างที่ถูกต้อง โปร่งใส สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน


SDG 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน
2.1 ยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบาง อันรวมถึงทารก ได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีโภชนาการ และเพียงพอ


SDG 3 สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย
3.c เพิ่มการใช้เงินสนับสนุนด้านสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการเก็บรักษากำลังคนด้านสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนา


SDG 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
12.1 ดำเนินการให้เป็นผลตามกรอบระยะ 10 ปีของแผนงานว่าด้วยแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ทุกประเทศนำไปปฏิบัติโดยประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้นำ โดยคำนึงถึงการพัฒนาและขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนา

ผลกระทบ ความเสี่ยงและโอกาส

1) สินค้ากลุ่มใส่ใจสุขภาพ
แนวโน้มการดูแลสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ คุณภาพ ความปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ และความโปร่งใสของข้อมูลผลิตภัณฑ์ มากขึ้น รวมถึงมีความต้องการอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะกลุ่ม เช่น อาหารพลังงานต่ำ อาหารที่มีโปรตีนหรือใยอาหารสูง อาหารจากพืช รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable groups) อาทิ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง

สำหรับ NSL Foods การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และความสามารถในการแข่งขัน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การออกแบบสูตรอาหาร การควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย ตลอดจนการแสดงฉลากและข้อมูลโภชนาการอย่างถูกต้อง ชัดเจน และสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ในขณะเดียวกัน แนวโน้มการบริโภคเพื่อสุขภาพยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาของ NSL Foods เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น ช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริโภค ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อสุขภาพ ตลอดจนสนับสนุนการมีสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภคและสังคม พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการ ขยายฐานลูกค้า พัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเสริมศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

2) สินค้ากลุ่มส่งเสริมอัตลักษณ์ไทย
กระแสความนิยมอาหารไทยและผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นโอกาสสำคัญในการนำ วัตถุดิบ รสชาติ ภูมิปัญญา และเอกลักษณ์อาหารไทย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัย สะดวกต่อการบริโภค และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องรักษาอัตลักษณ์และคุณภาพควบคู่กับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ ต้นทุน และความสามารถในการผลิตเชิงพาณิชย์ หากไม่สามารถรักษารสชาติ คุณภาพ หรือคุณค่าความเป็นไทยได้ อาจลดความแตกต่างและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์

สำหรับ NSL Foods ถือเป็นโอกาสในการนำความสามารถด้าน นวัตกรรมและการวิจัยพัฒนาอาหาร มาต่อยอดอาหารและวัตถุดิบไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของประเทศ สนับสนุนวัตถุดิบและผู้ผลิตในประเทศ ตลอดจนขยายฐานลูกค้าและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์อาหารไทยในตลาดสากล

แนวทางการดำเนินงาน

NSL Foods มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การพัฒนาสูตร การผลิต ไปจนถึงการสื่อสารข้อมูลบนฉลากอย่างถูกต้องและโปร่งใส

บริษัทส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ช่วยลดน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม พร้อมเพิ่มคุณค่าจากโปรตีน ใยอาหาร ธัญพืช และผัก รวมถึงติดตามแนวโน้มด้านโภชนาการและนวัตกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกที่เหมาะสมให้กับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม

นอกจากนี้ NSL Foods ยังมีการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบข้อมูลโภชนาการ รับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภค และนำผลที่ได้มาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และแผนงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการมีสุขภาวะที่ดีและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ

กลยุทธ์ส่งเสริมการพัฒนาสินค้ากลุ่มใส่ใจสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์และบริการ

  • เพิ่มความหลากหลายของ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ทางเลือก ในกลุ่มเบเกอรี อาหารพร้อมรับประทาน ของว่าง และผลิตภัณฑ์ Food Service
  • วิจัยและพัฒนาสูตรอาหารร่วมกับคู่ค้า/ลูกค้า โดยมุ่ง ลดน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมคงรสชาติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยวัตถุดิบ เช่น โปรตีน ใยอาหาร ธัญพืช ผัก และวัตถุดิบจากพืช
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้ควบคุมน้ำหนัก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มองหาอาหาร Plant-based หรืออาหารเพื่อสุขภาพ
  • คัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และพิจารณาวัตถุดิบจาก แหล่งผลิตที่รับผิดชอบและมีมาตรฐาน
  • ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอาหารตลอดกระบวนการ พร้อมแสดง ฉลากและข้อมูลโภชนาการอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเข้าใจง่าย
  • พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และช่องทางการเข้าถึงที่สะดวก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตและสุขภาพได้มากขึ้น
  • ร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา คู่ค้า และลูกค้า เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความต้องการของตลาดมาพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์

ตัวอย่างการพัฒนาสินค้าใส่ใจสุขภาพ : ข้าวแท่งงาขี้ม่อนลาบ-อกไก่

NSL ชูนวัตกรรมข้าวไทยโปรตีนสูง “KHOW THANG: The Next-Gen High-Protein Rice Bar (Labb Flavour)” ได้รับคัดเลือกแสดงโชว์ THAIFEX – Taste Innovation Show Finalists 2026 โดย NSL พัฒนาข้าวแท่งโปรตีนสูงพร้อมรับประทาน ผสานอกไก่กับ “งาขี้ม่อน” ซูเปอร์ฟู้ดส์ ไทยพร้อมเสริม BCAAs และ L-Carnitine เพื่อเติมพลังและตอบโจทย์สายเฮลท์ตี้ โดดเด่นด้วยรส “ลาบ” ที่หยิบเอกลักษณ์อาหารไทยมาต่อยอดในรูปแบบใหม่ อร่อยง่าย พกพาสะดวก และครบคุณค่าในหนึ่งเดียว

กลยุทธ์ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์ไทย (NSL Soft Power to Thai Taste Horizon)

1) หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยมีจุดแข็งด้าน “อาหารไทย” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 11 มิติของยุทธศาสตร์ Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่ระดับโลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ

บริษัท NSL Foods เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาด้านนวัตกรรมอาหารที่สามารถนำอาหารไทยไปสู่ผู้บริโภคในรูปแบบใหม่ เช่น ข้าวเหนียวมะม่วงแช่แข็ง ข้าวกะเพราแช่แข็ง หรือขนมไทยแปรรูป พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการปส่งเสริม Soft Power ด้านอาหารไทย ผ่าน “Innovation x Tradition” จึงมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ “อาหารไทยยุคใหม่” ที่ทั้ง อร่อย ปลอดภัย และสะดวก ด้วยแนวคิด “NSL Soft Power to Thai Taste Horizon” โดยใช้นวัตกรรมจาก NSL เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความภาคภูมิใจ และขยายอาหารไทยสู่ระดับโลกอย่างยั่งยืน

2) โอกาสธุรกิจขนมไทยสู่ตลาดโลก

ในปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 339.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 11.14 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% จากปีก่อน สะท้อนศักยภาพของสินค้าไทยในการแข่งขันและขยายตลาดในต่างประเทศ

สำหรับกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอาหารแปรรูป ขนม เบเกอรี และอาหารพร้อมรับประทาน ไทยมีมูลค่าการส่งออกในปี 2568 ประมาณ 24.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.1% โดยกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 3.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับ 3 ของสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร และคิดเป็น 12.94% ของมูลค่าการส่งออกกลุ่มดังกล่าว

แนวโน้มดังกล่าวเป็นโอกาสสำหรับ NSL Foods ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเบเกอรี ขนม อาหารพร้อมรับประทาน และนวัตกรรมอาหาร โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสาน เอกลักษณ์อาหารไทย (NSL Soft Power to Thai Taste Horizon) ความสะดวก คุณค่าทางโภชนาการ และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เพื่อขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

3) วัตถุประสงค์

เสริมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของอาหารไทยในฐานะอาหารนวัตกรรมที่มีคุณภาพระดับโลก พร้อมส่งเสริมการใช้ Soft Power ด้านอาหารเพื่อสร้างรายได้และโอกาสให้ประเทศไทย ผลักดันผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารของ NSL ให้เป็นตัวแทนอาหารไทยในระดับนานาชาติ โดยเชื่อมโยง “วัฒนธรรมอาหารไทย” กับ “เทคโนโลยีการแปรรูป” เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

4) กลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้บริโภคชาวไทยรุ่นใหม่ที่สนใจอาหารสะดวกและใส่ใจสุขภาพ
  • ผู้บริโภคต่างประเทศที่ชื่นชอบรสชาติอาหารไทยแต่ต้องการความสะดวก
  • ภาคธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการอาหารที่ต้องการเมนูไทยแบบสำเร็จรูปคุณภาพสูง
  • นักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจที่สนใจนำเข้า/จัดจำหน่ายอาหารไทยนวัตกรรม

5) กิจกรรมหลักของโครงการ

1. Thai Taste Innovation Showcase

  • จัดแสดงนวัตกรรมอาหารไทยของ NSL ในงานแสดงสินค้า (เช่น Thaifex, Anuga, หรือจัด Roadshow ไปยังประเทศเป้าหมาย)
  • สาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ NSL ในเมนูอาหารไทยแบบร่วมสมัย

2. การสื่อสารวัฒนธรรมอาหารไทยผ่านสื่อดิจิทัล

  • ผลิตวิดีโอแนะนำเมนูอาหารไทยแบบนวัตกรรม พร้อมบอกเล่าประวัติความเป็นมาของเมนู 
  • ส่งเสริมผ่านช่องทาง YouTube, TikTok, Instagram และแพลตฟอร์มของ NSL 

3. Thailand Ready-to-Eat Lab 

  • จัด workshop หรือ collaboration กับเชฟชื่อดัง นักวิจัยอาหาร และเชฟต่างชาติ ในการพัฒนาเมนูใหม่ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ NSL 
  • เปิดโอกาสให้เยาวชนหรือนักเรียนอาชีวะด้านอาหารทดลองสร้างเมนูใหม่จากสินค้าของ NSL 

6) ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • ยกระดับอาหารไทยให้ได้รับการยอมรับในรูปแบบที่ สะดวก ทันสมัย มีนวัตกรรม และยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติไทย
  • เสริมสร้างภาพลักษณ์และศักยภาพของประเทศไทยด้าน Soft Power โดยเฉพาะมิติด้านวัฒนธรรมอาหาร (Food Culture)
  • เพิ่มโอกาสในการพัฒนาและขยายตลาด ผลิตภัณฑ์อาหารไทยเชิงนวัตกรรมสู่ตลาดต่างประเทศ
  • ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่า เกิดแรงบันดาลใจ และมีส่วนร่วมในการ สืบสาน ต่อยอด และสร้างสรรค์วัฒนธรรมอาหารไทยอย่างยั่งยืน

ตัวอย่างการพัฒนาสินค้าใส่ใจสุขภาพ : ข้าวแท่งงาขี้ม่อนลาบ-อกไก่

ข้าวแท่งเป็นตัวอย่าง ของการนำทรัพยากรในประเทศมาพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย โดย ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับแนวคิด Soft Power ของประเทศไทย ผลิตภัณฑ์นี้เน้นใช้ข้าว ไทยเป็นวัตถุดิบหลัก และพัฒนาเป็นขนมข้าวแท่งที่มีรสชาติและไส้ที่สะท้อนถึงความหลากหลายของอาหารไทย เช่น ข้าว เหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน และตำไทย นอกจากช่วยส่งเสริมค่านิยมและเอกลักษณ์ไทยสู่เวทีโลกแล้ว ยังช่วยเพิ่ม มูลค่าให้กับข้าวไทยและสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

รางวัลและความภาคภูมิใจ

ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการเสริมสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน

รางวัล Prime Minister’s Export Award 2025 ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น

บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award 2025 ประเภทรางวัล “ผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน” (Best Green & Sustainable Exporter) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ NSL Foods PLC. และบริษัทในเครือ NSL Intertrade (2023) Co., Ltd. ในการบุกตลาดต่างประเทศ ด้วยแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG) ในทุกมิติ ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy Model) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล พร้อมการวิจัยและพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก

รองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลสุดยอดนวัตกรรม ประจำปี 2567 ด้านเศรษฐกิจ

จากโครงการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับประเทศ Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย 7 Innovation Awards 2567 ผลิตภัณฑ์ข้าวแท่ง เปลี่ยนเมนูอาหารในจานมาอยู่ในรูปแบบแท่ง ทําให้สามารถถือรับประทานได้สะดวก โดยที่ข้าวไม่แตกหรือร่วน ทําจากข้าวหลากหลายชนิด ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่คงรูปเป็นแท่งได้ พร้อมคงรสชาติความ อร่อย และมีไส้ผักหรือเนื้อสัตว์ตามเมนูอาหาร แต่ละชนิด ผลิตภัณฑ์นี้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่ง รีบของคนรุ่นใหม่ สามารถอบร้อนด้วย เครื่องอบข้าวแท่งพิเศษในเวลาเพียง 3 นาที ก็สามารถรับประทานได้ทันที

รองชนะเลิศอันดับ 1 นวัตกรรมข้าวไทยปี 2567 ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม

ผลิตภัณฑ์ข้าวแท่งได้รับรางวัลฯ จากการประกวดนวัตกรรมข้าวไทย โดย มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ตอกย้ำการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานจากเมนูจานสู่รูปแบบแท่ง ทานง่าย สะดวก อิ่มท้อง ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่